SINGAPORE-OH-TITS




'ก็หน้าเหมือนเหมยลี่อ่ะพี่' นี่คือคำตอบของน้อง patzh หลังจากที่ผมถามว่า สาวสิงคโปร์มีรูปร่างและลักษณะทางชาติพันธุ์อย่างไรบ้าง สิ่งที่ patzh พูดไม่เกินเลยจากความจริง ถ้าหากจะนางเอกเรื่องรถไฟฟ้ามาหานะเธอ ซึ่งจะเข้าฉาย 15 ตุลานี้ (แล้วจะโฆษณากันทำไม) ที่สิงคโปร์นั้น คงแคสท์ได้มาเป็นร้อยๆ หลังจากเดินทัวร์ทุกย่านที่น่าจะมีวัยรุ่นอาศัยอยู่ ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตสวยงาม แม้ว่าจะไปย่านสุดอาร์ตที่มักจะพบเห็นผู้หญิงเก๋ๆ แล้ว ก็พบแต่สาวๆแนวแผ่นดินใหญ่ที่เหมาะจะเล่นหนังจางอี้โหมวมากกว่า
ผมคิดว่าอาจจะสิ้นหวังกันแล้วกับทริปนี้ แต่การขึ้นเขาไปพร้อมกับฝรั่งที่เดวิด และ เดวิด (ซึ่งประกอบด้วยเดวิด เทห์ ที่เคยจัดงานหนังทดลองกรุงเทพ และ เดวิดเด ฟรอสตี้ ชาวอิตาลีผู้กำลังทำ ป.เอกด้านหนังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) เพื่อรับประทานอาหารสุดหรู (ซึ่งเดวิด เทห์ จ่าย 555) ก็ทำให้เราได้พบกับแหล่งกบดานของ สาวหน้าตาดีทั่วเกาะสิงคโปร์ จนได้

ลักษณะแหล่งกบดานนี้เหมือน ฐานบัญชาการซักในเขาลูกนี้ บริเวณที่เราอยู่เรียกว่า Dempsey Hill ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกมาอีกหน่อย ที่นี่เคยเป็นเขตทหารเก่ามาก่อน และเคยใช้จัดงานศิลปะ Singapore Biennale อะไรสักอย่างนี่แหละ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะประเด็นคือ ความสดใสสวยงามถูกประดับไว้ตั้งแต่หน้าฐานแล้ว เพราะที่นี่รวมเด็กสาววัยใส สาวเก๋ที่ไม่พบตามร้านข้าวมันไก่ มาไว้ด้วยกันในที่เดียว เรียกได้ว่ารวมฮิต the best of ไว้เลย พวกเธอเอาเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า และของมือสองมาวางขายแบกะดิน และเมื่อเข้าไปในฐานใต้ดินก็พบว่ายังมีร้านเสื้อผ้าแผงลอยอีกมากมาย และในฐานก็มีดีเจสาวคอยเปิดแผ่นตื๊ดๆประกอบการช็อปอย่างเมามัน โอ้มันอะไรกันเนี่ย

ส่วนด้านความสวยงามของน้องๆที่นี่ ก็มีคุณภาพที่ไม่แพ้น้องๆชาวสยามสแควร์บ้านเราหรอกครับ เพียงพวกเธออาจเป้นประชากรส่วนน้อยคล้ายๆกับชาวเขาเผ่าต่างๆในไทย (และพวกเธอก็อยู่บนเขาด้วย)
และการที่พื้นราบภาคกลางนั้นขาดแคลนคนงามอย่างหนัก จึงทำให้สาวชาวเขาเหล่านี้ดูพิเศษขึ้นมาทันที

เดวิด เทห์ให้ความรู้ว่า ย่านภูเขาลูกนี้เป็นย่านคนรวยมารวมตัวกัน ช่วงวันหยุด (จึงมีร้านอาหารสุดหรูอยู่) ส่วนสาวๆพวกนี้ก็คงเป็นลูกหลานของคนรวยเหล่านั้นที่แบบว่า พ่อแม่ก็ไปจ่ายตลาดซูเปอร์มาร์เก็ต (ที่ราคาแพงชิบหายมาก) แล้วก็ปล่อยน้องไปช็อปในฐานบัญชาการ หรือ จะเอาของมาแบขาย รอพ่อแม่กินกาแฟเสร็จก็ได้ แต่เดวิดบอกว่าเขาก็ไม่เคยเห็นฐานบัญชาการนี้มาก่อนเหมือนกัน

โดยสรุปแล้วถือว่า นี่คือชัยชนะอย่างหนึ่งในการเที่ยวครั้งนี้ 555 น้อง patzh ไม่ต้องเสียใจที่พลาดไปนะครับ


edit @ 6 Oct 2009 12:17:00 by visuallyyours



(ภาพผู้ชมรอบ S-EXPRESS : THAILAND)

จะว่าไปนี่คือครั้งสองของการได้ไปเทศกาลหนังของข้าพเจ้า ถัดจากเบอร์ลินเมื่อหลายปีมาแล้ว ดังนั้นการมาเทศกาลหนังที่คิดว่าจะไม่เหวอแล้ว ก็ยังต้องเหวออยู่ดี บรรยากาศของที่สิงคโปร์นี้ต่างจากเบอร์ลินค่อนข้างมาก เนื่องจาก เทศกาลนี้เล็กกว่าเบอร์ลินประมาณ 30 เท่า คนดูก็น้อยกว่า 40 เท่า ดังนั้นความสัมพันธ์ของผู้คนก็จะไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดภาวะมากมายในร่างกาย

ภาวะซ้ำซ้อน
ที่จริงการคุยกับคนหมู่มากอาจจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่ แต่การคุยกับคนหมู่น้อยเนี่ยสิยาก เพราะว่า สมมติว่าคุณประจันหน้ากับ ผกก. สิงคโปร์หนึ่งคน สิ่งที่แรกที่เราจะคุยกันได้ก็จะเป็นเรื่องหนัง หนัง และ หนัง พอเปลี่ยนแชนแนลไปสู่ ผกก.อินโดนีเซีย สิ่งแรกที่เราจะคุยกันก็จะเป็นเรื่องหนัง หนัง และ หนัง คือ รู้นะว่าเป็นเทศกาลหนัง มึงจะคุยเรื่องข้าวมันไก่สิงคโปร์เรอะ แต่จริงๆแล้วคือ ใ่ช่ อยากคุยอะไรแบบนั้นด้วย เพราะมันจะสนุกกว่าการนั่งถามว่า ตอนนี้ทำไรอยู่ ขอทุนทำหนังยาวรึยัง ถ่ายถึงไหนแล้ว ทำหนังมากี่เรื่องแล้ว ใช้ตังค์เยอะมั๊ย ฯลฯ (บางทีอุตส่าห์ลากไปคุยเรื่อง ร้านก๋วยเตี๋ยวในประเทศคุณเป็นอย่างไรบ้าง แล้วนะ แต่ก็ยังไม่วายวนกลับมาเรื่องถ่ายหนังยาวกันอีก โอ๊ย กูเครียดด 55 ) แต่อันนี้เข้าใจว่า เพราะทุกคนกระจุกอยู่ที่เดียว เจอกันทุกวัน และ ส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ แถมก็เพิ่งรู้ัจักกันด้วย ก็เลยไม่ค่อยจะมีเรื่องใหม่ๆคุยกัน ถ้าเป็นที่เบอร์ลิน ทุกคนจะแยกย้ายกันไปผจญภัย และ อีก 2-3 วันจะกลับมาเจอกันอีกที และได้เมาท์เรื่องใหม่ๆที่ไปเจอมา (ที่ไม่ใช่เรื่องหนัง)

ภาวะ dead air
เป็นภาวะที่น่ากลัวมาก สาเหตุเกิดจากคู่สนทนาไม่ช่วยกูคิด topic มาคุยเลย (55) เวลา dead air ระหว่างบทสนทนา จะมีลักษณะอาการคือยืนเงียบ และ ต่างคนต่างมองไปทางอื่น มองหาอะไรก็ไม่รู้ 555 ในด้านแนวการแก้ไขนั้น มี 2 ทาง คือ 1. คิดหัวข้อพูดคุยใหม่ให้ได้ภายใน 30 วินาที 2. บอกเขาว่า 'อ้อ เดี๋ยวขอไปฉี่ก่อนนะครับ' เป็นการต่อเวลาในการนึกเรื่องคุย

ภาวะพลัดพราก
การพลักพรากจากคู่สนทนาของที่นี่เกิดขึ้นได้ง่ายถึงง่ายมาก สมมติว่าคุยกับพี่ ผกก. มาเลเซียอยู่ ทันทีที่มีใครสักคนเข้ามาทัก ผกก.มาเลเซียคนนั้นแบบผ่ากลางบทสนทนาเรา เขาก็จะย้ายหน้าต่างไปคุยกับฝั่งนั้นทันที (และไม่ได้ invite เราเข้าไปด้วย) วิธีแก้มี 2 ทาง 1. ถ้าดูแล้วแป๊บเดียวก็เลิกคุย ก็รอ 2. ถ้าคิดว่าอีกยาว แบบ 'โอ้ long time no see, ช่วงนี้เป็นไงบ้าง ผอมลงนะเนี่ย ไม่เจอกันตั้งปีนึง' ไอ้แบบเนี๊ยะ ยาวแน่นอน เราสามารถเดินจากไปได้เลย โดยไม่ต้องเคอะเขิน ให้พวกพี่เขาได้คุยกันอย่างสบายใจ

ภาวะไม่แน่ใจว่าอยากจะรู้จักรึเปล่า
บางทีรู้สึกว่ามันขัดธรรมชาติไปหน่อยกับการทำความรุ้จักกัน แบบว่าบางทีเจอกับเพื่อนใหม่ที่คนนั้นแนะนำให้รู้จักอีกที แล้วเหมือนกับโดนบังคับว่า ต้องอยากรู้จักคนนี้ เดี๋ยวนี้เลย ! ซึ่งบางทีก็แอบสังเกตว่า นี่ เขาอาจจะไม่ได้อยากรู้จักกูเท่าไรนะเนี่ย 555

ภาวะทำไมอยากรู้จักแล้วล่ะ
ภาวะนี้เกิดขึ้นหลังการฉายหนังของตัวเองเสร็จ และฟีดแบ็กค่อนข้างดีมาก หลังออกจากโรงปุ๊บ ไอ้ที่มันเคยนั่งข้างๆเรา รู้จักกับเราแล้ว แต่ไม่ทักไม่ทายกันเลย กลับมาคุยด้วยใหญ่เลย ทำให้ผมเกิดอาการเหวอมาก เพราะมันฉับพลันเกินไปมั๊ย 2 ชั่วโมงก่อนมึงยังไม่คุยกับกูเลย นี่ไม่แน่ใจว่าถ้าหนังฉายไปแล้วไม่เวิร์ค เขาจะมาคุยกับเรารึเปล่า ก็พยายามคิดในแง่ดีว่า 'อ๋อ เขาคงมีเรื่องคุยกับเราแล้วล่ะ หลังจากที่หาเรื่องคุยมานาน'

สุดท้ายเอาเข้าจริง กับชาวพี่เพื่อนในเทศกาล มันก็พอจะรู้จักกันหมดและเมาท์แตกกัน (...เรื่องหนัง... again) โดยเฉพาะในช่วงวันสุดท้าย ก็ถือเป็นภาวะความสัมพันธ์ที่ผมก็งงมากว่ามันมีพัฒนาการอย่างไร มันไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบ 1- 2- 3 แต่มันเป็น 1- 2.5- 6.5- 6.7- 8- 10 ปรับตัวไม่ทันจริงๆ มันคงมีไวยากรณ์ของมันจริงๆ วรยุทธด้านการเจอคนในเทศกาลอาจจะยังไม่แก่กล้า แต่ก็ภาวนาว่าจะมีโอกาสได้เผชิญกับสถานการณ์เยี่ยงนี้อีกเรื่อยๆครับ ยังไงก็คุ้ม 55

*ตอนก่อนๆอ่านได้ที่หัวข้อ SINGAPORE-OH-TITS ที่อยู่ในหัวข้อ Categories ในแถบเทาๆด้านข้างครับ
หรือกดตรงนี้ก็ได้ http://visuallyyours2.exteen.com/category/SINGAPORE-OH-TITS



//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////


THIS SUNDAY


THIRD CLASS CINEMA : PROGRAMME 016
PRESENT & CONTINUOUS
(NAVARUTT ROONGAROON :RETROSPECTIVE)


จบบางกอกฟิล์มแล้ว มาพักผ่อนกับงานของ THIRD CLASS CITIZEN กัน ด้วยหนังสั้น 4 เรื่องของพี่นวรัตน์ รุ่งอรุณกันนะครับ
หนังจะฉายวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 เวลา 17.00 น. ที่ร้าน KIOSK cafe ณ TCDC ใน ห้างเอมโพเรียมครับ

รายละเอียดเต็มๆ ที่นี่


 

edit @ 30 Sep 2009 09:10:13 by visuallyyours